พาทัวร์ อิ่มบุญอิ่มท้อง ที่จังหวัดอยุธยา 1 วัน

Ayutthaya 1 day

“จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” เป็นจังหวัดที่มีความร่ำรวยทางวัฒนธรรม เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าผู้นับถือศาสนาพุทธ เนื่องจากจังหวัดนี้เต็มไปด้วยวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองหลายสิบแห่ง ซึ่งมีผู้คนเดินทางมาสักการะและเยี่ยมชมอยู่เสมอ วันนี้เรามาพร้อมกับโลเคชั่นที่น่าสนใจที่จะพาคุณไปทัวร์กันแบบอิ่มบุญกันในแบบ 1 วันเต็ม

วัดที่ต้องไปให้ได้ของจังหวัดอยุธยา

1.วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวันที่เก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวเหยียด เล่ากันว่ามีความเก่าแก่กว่ากรุงศรีอยุธยาเสียอีก ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา โดยวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่สุดของอยุธยา “พระพุทธไตรรัตนนายก” มีความกว้างถึง 20 เมตร สูงถึง 19 เมตร เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งหลายที่เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนี้

2.วัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดหลวงที่มีพระอารามขนาดใหญ่โต ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง เป็น 1 ในวัดที่ไม่ได้ถูกทำลายหลังจากการเสียกรุงในอดีต ที่นี่ยังมีโบราณสถานให้สำรวจอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น วิหารทรงธรรม วิหารพระพุทธไสยาสน์ วิหารกัจจายนะ วิหารทรงเครื่อง วิหารเปลื้องเครื่อง อนุสาวรีย์ พระนเรศวร พระเจ้าอู่ทอง พระเอกาทศรศ

3.วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอยุธยา สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2173 หรือในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจที่สามารถเอาชนะทหารของเขมรได้ มีโครงสร้างคล้ายกับปราสาทนครวัด ถือเป็นวัดที่ใช้ในการบำเพ็ญพระราชกุศลของกษัตริย์ในอดีต แถมยังเคยถูกใช้เป็นป้อมสำหรับตั้งรับข้าศึกในช่วงสงครามกรุงครั้งที่ 2

4.วัดพระศรีสรรเพชญ์ อีกหนึ่งวัดที่มีความน่าสนใจคือมี “เจดีย์ทรงลังกา” 3 องค์ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2035 วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำวังจึงไม่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา ตอนแรกวัดนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 จนกระทั่งได้สร้างพระราชมณเฑียรขึ้นมาใหม่ จากนั้นจึงได้ยกวัดนี้ให้เป็นพุทธาวาส

5.วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดมีจุดเด่นตรงที่มีเจดีย์ขนาดใหญ่โตเรียกว่า “พระเจดีย์ชัยมงคล” มีความสูงกว่า 40 เมตร ถือได้ว่าเป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชัยมงคล หลังจากที่เสียกรุงวัดแห่งนี้ก็ถูกทิ้งมานานกว่า 400 ปี จนกระทั่งมีคณะพระภิกษุเริ่มมาลื้อฟื้นเพื่อทำเป็นสถานที่ปฏิบัติติธรรม ตอนนี้ได้กลายเป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษาและเปิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 เป็นต้นไป

Related posts